ดราม่าร้อน‘ลำพัง 13’ วิภาควิจารณ์ ราชบัณฑิตยสถาน‘บิ๊กตู่’
หมายเหตุ – ข้อคิดเห็นนักวิชาการต่อ “โน้ส-อุดม แต้พานิช” นักแสดงคอมเมเดียนบนเวทีโชว์โดดเดี่ยวไมค์ 13 วิภาควิจารณ์การจัดการงานรัฐบาลของ พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์อร่อย นายกฯ และก็ พล.อำเภอประวิตร วงษ์กาญจน์ เปลี่ยนเป็นเงื่อนดราม่าร้อนในโลกอินเตอร์เน็ต มีทั้งยังเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เอาฬาร ถิ่นบางเตียว
คุณครูประจำคณะรัฐศาสตร์รวมทั้งนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
แม้ดู โน้ส-อุดม แต้พานิช ที่ให้ความเห็นด้านการเมืองผ่านคนเดียวไมค์ ก็ได้มีการทำมาโดยตลอด ทำกับทุกรัฐบาล แต่ว่าที่กระแสแรงเพราะเหตุว่าเหตุการณ์ด้านการเมืองยังไม่สามารถที่จะคลี่คลายความไม่ถูกกันทั้งยัง 2 ขั้วการบ้านการเมืองได้ ถ้าดูตั้งแต่ข้างหลังรัฐประหาร ได้ขยายความร้ายแรงมากเพิ่มขึ้นของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีหน้าที่ด้านเศรษฐกิจ สังคม การบ้านการเมือง หรือในวงการสนุกสนาน ที่ให้ความคิดเห็นทางด้านการเมืองออกไปทางใดทางหนึ่งก็จะถูกเหมารวม อาทิเช่น คุณโน้ส ที่ถูกเหมารวมว่าเป็นอีกข้างหนึ่ง ในขณะที่เคยถูกเหมารวมว่าเป็นข้างข้างอนุรักษนิยม
นี่เป็นสิ่งที่สังคมไทยกำลังวิกฤต ที่ชนชั้นนำ นักการเมือง หรือคนภายในสังคมไม่ฉุกคิด มีความหมายว่าคนไหนกันแน่ที่คิดต่างนับได้ว่าเป็นศัตรู ด้วยความนึกคิดที่ว่าพวกเราดียิ่งกว่า ก็เลยสร้างความไม่ถูกกันได้ มองเห็นได้จากในกรณีที่กล่าวมา
สำหรับผู้เดียวไมค์ 13 อาจไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับ พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์โอชะ แล้วก็ พล.อำเภอประวิตร วงษ์กาญจน์ สำหรับเพื่อการรักษาอำนาจ หรือตกทอดอำนาจ เนื่องจากแต่ละคนมีฐานของตน งานคนเดียว 13 เป็นเพียงแค่สร้างบรรยากาศด้านการเมืองที่ตอกย้ำซ้ำเติมให้มีความคิดเห็นว่า รอยร้าวของรัฐบาล พล.อำเภอประยุทธ์ ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ และก็รัฐบาลก็เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งที่ทำให้รอยร้าวมันลงลึก
แม้ย้อนไปในอดีตกาลมีการติชมรัฐบาล แม้กระนั้นเกิดเรื่องที่เบิกบาน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีข่าวสารหน่อยเดียวแม้กระนั้นเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ เนื่องจากว่าเสมือนมันร้าวลึก แปลว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ส่วนรัฐบาลจะไปต่อไหมนั้น คือเรื่องของกลไก วิธีการ โครงข่ายทางด้านการเมืองมากยิ่งกว่า
ในกรณีที่บางบุคคลรับมิได้แล้วก็อยากได้แจ้งเหตุฟ้องร้อง จะต้องไปพิสูจน์ทางศาล แต่ว่าแม้ดูแล้วจะพบว่า คุณโน้สทำมาโดยตลอด ถ้าหากไปฟ้องร้องนับว่ามิได้ทำอะไรให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ความไม่ลงรอยกันร้าวลงไปลึกๆจากการขัดกันในแนวตั้งซึ่งเป็นของชนชั้นนำ เปลี่ยนเป็นแนวนอนเป็นประชากรทั่วๆไป การขัดกันจริงๆเป็นคนที่เลือกริมทางการบ้านการเมือง แม้กระนั้นจะมีผลให้ขยายไปสู่ประชากร นับว่าอันตรายอย่างยิ่งๆถ้าหากยังมีการเคลื่อนกันแบบงี้
กรณีนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลคิดว่าคุณโน้สทำไม่เหมาะสมติชมรัฐบาล ผมคิดว่าเป็นการชุบมือเปิบทางด้านการเมืองของรัฐบาลในภาวการณ์ถดถอย ทั้งๆที่ไม่สมควรที่จะทำ ด้วยเหตุว่าผู้นำรัฐบาลเป็นบุคคลสาธารณะที่ได้รับความเชื่อถือจากสามัญชน การที่คุณโน้สแสดงรวมทั้งสะท้อนมาก็เป็นทำอย่างหนึ่งในฐานะสามัญชนผ่านเวทีของเขา โดยหลักรัฐบาลจำเป็นต้องฟังและก็นำไปแก้ไขปรับปรุง แต่ว่าไม่ทำอย่างงั้น มีการแสดงทีท่าชุบมือเปิบสร้างคะแนนเสียงทางด้านการเมืองในกรุ๊ป หรือมวลชนของตน พินิจได้จากคะแนนของคุณลุงตู่ดียิ่งขึ้นในทันที ภายหลังจากลำพัง 13 ออกมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาต้องการที่จะให้คุณลุงตู่กลับไปอยู่บ้าน รัฐบาลได้ชุบมือเปิบตีกระแส ใช้ไอโอ หรือปฏิบัติงานข้อมูล กระทั่งให้คนไปฟ้องร้องคดี เพื่อสร้างความนิยม ในตอนที่รัฐบาลคะแนนเสียงลดน้อย
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น สังคมจำต้องมีสติ มิเช่นนั้นจะกำเนิดการขัดกันในแนวนอน กำเนิดความร้ายแรงมากยิ่งขึ้น ควรคิดว่าในเรื่องความคิดเห็นต่างนั้นเกิดเรื่องธรรมชาติของระบบประชาธิปไตย แม้กระนั้นความไม่ถูกกันแบบงี้ทำให้เห็นว่าผู้ใดมองเห็นต่างไปจากพวกเรา เปลี่ยนเป็นศัตรู และก็ผลักให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นศัตรูจริงๆเป็นต้นว่า ตัดรอนไมตรีในความเป็นมิตร หรือกรุ๊ปเดียวกัน หรือตัดรอนไมตรีในกรุ๊ปไลน์ จนถึงปัจจุบันนี้การจับกลุ่มกันในสังคม หรือสื่อออนไลน์ต่างๆจะเขียนไว้เลยว่า ห้ามคุยประเด็นการเมือง ในขณะที่การบ้านการเมืองต้องเป็นข้อความสำคัญที่บอกได้ เนื่องจากเป็นตัวรีบให้มีการเปลี่ยน แต่ว่าช่วงนี้การบ้านการเมืองเป็นของต้องห้าม เหตุเพราะกำเนิดความไม่ลงรอยกันร้าวลึก ที่นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ กรุ๊ปที่มีหน้าที่ ไม่เคยใส่ใจในประเด็นนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
ถ้าหากกล่าวถึงระบบประชาธิปไตยมั่นใจว่าสังคมรู้เรื่องแต่ว่าในเรื่องแบบ แต่ว่าไม่รู้เรื่องในเชิงรายละเอียด สาระที่ถูก คิดแม้กระนั้นทำยังไงก็ได้ จะเข้าสู่ขั้นตอนของอำนาจ เมื่อได้อำนาจแล้ว ก็กล่าวว่าเป็นอำนาจทางยุติธรรม อ้างถึงว่าเป็นระบบประชาธิปไตย ก็เลยมีความคิดว่าหลายๆคนรู้เรื่องแต่ว่าต้นแบบ แม้กระนั้นไม่ทราบในเรื่องสาระสำคัญของระบบประชาธิปไตย ซึ่งสาระระบบประชาธิปไตยจะคิดไปถึงชีวิตรากฐานเศรษฐกิจ รวมทั้งสังคมที่ปรับแก้มิได้ ขณะนี้ติดแม้กระนั้นในเรื่องแบบอย่างแค่นั้น ส่วนคำพูดที่ว่าฟังเสียงส่วนใหญ่ ไม่ปล่อยปละละเลยเสียงข้างน้อย เห็นด้วยว่าไม่มีในระบบการบ้านการเมืองไทย เนื่องด้วยมีแต่ว่าในเรื่องผลตอบแทน ที่จะให้ข้อบังคับผ่าน การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่าน หรือล้มข้อบังคับที่เป็นปัญหาทางด้านการเมือง และก็ล้มข้อบังคับที่มีผลต่อต่อกรุ๊ปทุนธุรกิจ แต่ว่านักการเมืองไม่เคยบัญญัติกฎหมายเพื่อคนทั่วทั้งประเทศจริงๆ
เห็นด้วยว่าสามัญชนคนประเทศไทยศึกษาเกี่ยวกับระบบประชาธิปไตยน้อยมาก หากว่าประเทศจะดูแลแบบระบบประชาธิปไตยก็ตาม ก็เลยรู้สึกว่าลงคะแนนเสียงควรจะมีผู้แทน รวมทั้งผู้แทนจะมาดูแลเรา แต่ว่าในทางตรงกันข้ามเมื่อผู้แทนได้อำนาจ ก็กลับมาขี่หัวพลเมืองอีก ในขณะที่ประชากรเลือกเข้าไปแล้ว และก็ต้องเป็นนายพวกเขาตลอดระยะเวลา ความผิดพลาดอยู่ที่พสกนิกรรู้จักแม้กระนั้นคำว่าระบบประชาธิปไตย แม้กระนั้นไม่รู้เรื่องในเรื่องของรายละเอียด โดยส่งผลมาจากระบบการศึกษาการสอนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม มิได้ให้ความเอาใจใส่ ประกอบกับระบบการเรียนของเมืองไทยเป็นไปด้วยอำนาจนิยม รวมทั้งการคดโกงฉ้อราษฎร์บังหลวง เห็นได้ชัดจากเรื่องราวมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นตัวอย่าง มีการสร้างอาณาจักรของตนเองรวมทั้งใช้การหลอกลวงเป็นฐานของอำนาจ และก็กำจัดคนเห็นต่าง สถานศึกษากึ่งกลางเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ร้าย อาชญากรรมเสียเอง
ความนิยมของรัฐบาลในตอนนี้เห็นว่า เป็นการเชื่อตนเองแบบอนุรักษนิยม รวมทั้งมั่นใจว่าสิ่งที่ทำมาถูกแล้ว และก็มีเสียงส่งเสริม ด้วยเหตุนี้รัฐบาลมีความยุติธรรมที่จะไปต่อ ส่วนข้างลัทธิเสรีนิยมคิดว่า รัฐบาลไม่ทันกับช่วงที่มีการเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างควรจะมีความเคลื่อนไหวตามช่วง และก็มีคุณภาพสำหรับเพื่อการดำเนินการ และก็จำเป็นต้องสนองตอบสามัญชนได้มากกว่านี้แต่ว่ารัฐบาลคิดแบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ช้าๆแล้วจะมองเห็นเอง จำต้องใช้คนมีประสบการณ์มีบารมี มีคอนเน็กชั่น ซึ่งมองเห็นได้จากการจัดการรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็คุณโน้สก็เลยได้แสดงผ่านคนเดียวไมค์ 13 ซึ่งได้พูดเรื่องจริง
ถ้าเกิดรัฐบาลใจอารี รวมทั้งดูอย่างไม่มีอคติ เมื่อไม่ถูกก็จำต้องปรับแก้ อะไรที่ถูกก็เดินต่อไป เป็นการทำความเข้าใจในระบบประชาธิปไตย แม้วิจารณ์มิได้ สังคมก็จะมืดบอด
 

ทัศนัย เศรษฐเสรี
คุณครูแผนกวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กรณีการแสดงโดดเดี่ยวไมค์ 13 ทำให้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลกำเนิดความรู้สึกไม่ชอบใจ นักแสดงที่พรีเซนเทชั่นศิลป์ทุกกิ้งก้านไม่ว่าวิจิตรศิลป์ ทัศนศิลป์ การแสดง สามารถวิจารณ์การบ้านการเมือง หรือรัฐบาลได้ เพื่อสะท้อนความเป็นจริง พร้อมให้แง่คิดรวมทั้งมุมมอง ที่มีคุณประโยชน์ต่อประชากร ไม่ใช่เพียงความสำราญและก็เสียงหัวเราะเพียงแค่นั้น การแสดงลำพัง 13 คือเรื่องธรรดามากมายไม่น่ามีปริศนา หรือโต้กลับการแสดงดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว แต่ว่าฉงนใจ เพราะอะไรฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลสารภาพมิได้เนื่องจากผู้ที่ไปดูการแสดงดังที่กล่าวมาข้างต้นกลับสารภาพ รวมทั้งหัวเราะกับชะตากรรมที่สะท้อนผ่านการแสดง แล้วก็วรรณกรรมเชิงประดิษฐ์ เพื่อเตือนสติคนภายในสังคมให้คิด พินิจพิจารณา จำแนก ให้รู้เรื่องอย่างแท้จริง
การที่กองเชียร์รัฐบาลไม่สบอารมณ์ กล่าวถึงว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นเสียดสี พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์อร่อย และก็ พล.อำเภอประวิตร วงษ์กาญจน์ ถือได้ว่าเป็นการหวั่นไหวทางด้านสังคมที่มิได้ใช้วิจารณญาณที่เป็นเหตุผล แม้กระนั้นคือการใช้ความรู้สึก อารมณ์เป็นเครื่องบ่งชี้วัดหรือตัวตนวินิจฉัยมากยิ่งกว่า นับว่าเป็นเรื่องเศร้าตัวตลก ที่สะท้อนมุมมองเรื่องจริงในสังคม พร้อมเตือนสติผู้ดี หรือผู้มีอิทธิพลให้ฟังเสียงสามัญชน ถ้าหากคนพูดถูกลงโทษ รังควาน ประหาร เกิดเรื่องไม่ดีมากมาย รวมทั้งได้ทำลายผู้ผลิตสรรค์ งานศิลปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ตามประวัติศาสตร์ งานศิลปทุกกิ้งก้านนับว่าเป็นข้องดเว้นสำหรับเพื่อการติชมหรือให้ความคิดเห็นทางด้านการเมืองทั่วทั้งโลกตามระบบประชาธิปไตย เว้นเสียแต่ประเทศที่ดูแลด้วยระบอบเผด็จการ หรืออำนาจนิยม ที่ไม่สามารถที่จะสะท้อนความเห็นผ่านงานศิลปะได้
การแสดงคนเดียว 13 เป็นการสะท้อนข้อคิดเห็นทางด้านการเมืองได้มากกว่าศิลป์กิ่งก้านสาขาอื่น สามารถกล่าวหรือติดต่อกับผู้ชมได้โดยตรง ไม่ต้องแปลความ หรือแปลความ เป็นศิลป์ที่เข้าถึงหมู่ชนได้อย่างมากมาย ฉะนั้น หน้าที่ของดาราหนังไม่เพียงแค่ให้ความสำราญและก็เสียงหัวเราะ จะต้องซ่อนเร้นด้วยแง่คิด ปรัชญา เหตุผลเพื่อรู้เรื่องตนเองแล้วก็รับทราบบริบทสังคม ส่งผลให้เกิดสังคมน่าอยู่และก็ความเป็นคนเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่ข้อผิดพลาด ถ้าหากมีการฟ้องศาล สะท้อนให้มีความเห็นว่าสังคมขาดสติ ไร้เหตุผล ส่งผลให้เกิดสังคมที่ยื้อแย่งแต่ว่าผลตอบแทนในอนาคตมากยิ่งกว่า โดยเหตุนั้นผู้นำประเทศ หรือรัฐบาล ที่เป็นบุคคลสาธารณะ จำต้องยอมรับฟังเสียงราษฎร นำไปปรับแก้ ไม่ใช่เอาหูทวนลม ควรจะเป็นผู้ที่หนักแน่น มีเหตุมีผลกับเสียงติชม หรือคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ
เวลาเดียวกันอาชีพนักแสดงจะต้องกล้าสะท้อนหรือให้ความเห็นทางด้านการเมืองได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีผู้ให้การสนับสนุน หรือแฟนๆ เนื่องจากว่าราษฎรเป็นที่ยอมรับ มีเหตุมีผล เป็นระบบประชาธิปไตย เข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือแทน เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่ต้องพึ่งกรุ๊ปที่ส่งเสริมเผด็จการหรือสลิ่มที่ดื้อด้านผู้ใด การแสดงคนเดียว 13 มั่นใจว่ามีผลเสียต่อรัฐบาล ทำให้ความนิยมต่ำลง เนื่องจากว่าเป็นการแสดงและก็สะท้อนความเป็นจริงที่ตรงหัวใจประชากรเยอะที่สุด
ที่สำคัญก่อให้เกิดผลเสียต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคร่วมรัฐบาล สำหรับเพื่อการลงคะแนน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุคหน้า เพราะว่าไปสู่โหมดขาลงไม่ใช่ขาขึ้น หากพูดตรงไปตรงมาเป็นสิ้นยุคไดโนเสาร์ ถ้าเกิดไม่ทุจริต หรือทำลายพรรคอื่น มั่นใจว่ากลับมาเป็นรัฐบาลยุคหน้าได้ยาก เพราะว่าราษฎรจำนวนมากไม่รับ สิ้นเชื่อถือ และก็อยากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ที่ตอบปัญหาได้มากกว่า

ปิยณัฐ สร้อยคำ
คุณครูคณะรัฐศาสตร์ ม.อบ.
คิดว่าผู้เดียว 13 เป็นการปรากฏที่สะท้อนความนึกคิดแล้วก็การมีส่วนร่วมทางด้านการเมืองของภาคราษฎรได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสถานะการณ์ที่ย้ำว่าการเมืองเกิดเรื่องใกล้ตัวแล้วก็อยู่ในทุกพื้นที่ของการเสวนา รัฐบาลและก็พรรคการเมืองทั้งหลายแหล่จะต้องวางที่มีความสำคัญในการรบด้านการเมืองของตนให้ดี แล้วก็พร้อมต่อกรต่อกระแสสังคมที่กลับอยู่เสมอเวลา
ทอล์กโชว์ลำพัง 13 นับว่าเป็นศิลปะการแสดงอย่างหนึ่ง ผ่านการจัดลำดับร้อยคำกล่าวเพื่อติดต่อกับคนฟัง จากการถักทอหลักสำคัญร่วมยุค นับเป็นการแสดงในพื้นที่ปิดที่ผู้เข้าชมจะต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าชมอีกทั้งในรอบจริงและก็รอบการฉายทางสื่อออนไลน์ ก็เลยเป็นโชว์ที่ผู้ซื้อได้ประเมินความคุ้มราคาก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจซื้อการเข้าชมดังที่กล่าวมาแล้ว ในส่วนของรายละเอียดนั้น คิดว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ขัดขวางการแสดงออกทางความนึกคิดรวมทั้งคืนอิสรภาพสำหรับเพื่อการสะท้อนความเห็น แม้กระนั้นดังนี้หัวหน้าเสนอจะต้องรับผิดชอบต่อผลพวงที่เกิดจากการแสดงออกดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น มั่นใจว่าผู้เดียว 13 อาจจะปฏิบัติภารกิจอย่างบริบูรณ์สำหรับการเป็นกระจกสะท้อนความนึกคิดแล้วก็ข้อคิดเห็นของมนุษย์ที่เก็บรวบรวมโดยโน้ส-อุดมเป็นที่เป็นระเบียบแล้ว และก็อาจเป็นหน้าที่ของผู้ชมที่จะแปลความจากการแสดงดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ถ้าดูในมุมของผู้ชม การปรากฏคนเดียว 13เป็นความเพลิดเพลินศูนย์รวมเอามุขบนโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารของหลายบ้านๆหรือบทพูดที่โรงอาหารของหลายๆกรุ๊ป มาเล่าในที่ชุมชน ถ้าหากรัฐบาลจะเอาใจความสำคัญดังที่กล่าวมาข้างต้นมาขบคิดรวมทั้งนับว่าเป็นหัวข้อความยั่งยืนมั่นคงด้านการเมือง คงเป็นการหวั่นไหวกระทั่งเหลือเกิน และยังรวมไปถึงการที่กรุ๊ปกองเชียร์รัฐบาลจะนำเอาใจความสำคัญดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมาจู่โจม เกิดเรื่องที่เสียมากกว่าได้ ถ้าหากเป็นรัฐบาล คิดว่าจะใช้ช่องทางที่เกิดขึ้นพินิจพิจารณาทัศนะ ความรู้สึก และก็ความมุ่งมาดของสามัญชน เพื่อตระเตรียมสำหรับการต่อกรในศึกลงคะแนนเสียงที่จะเกิดขึ้น

ดังนี้ โดดเดี่ยว 13 มิได้ส่งผลเสียต่อรัฐบาลหรือกระเทือนการออกหาเสียงลงคะแนนเสียงที่จะเกิดขึ้น เพราะเหตุว่าการตัดสินใจทางด้านการเมืองของประชากรดังมายากล

By